untitled

posted on 08 Sep 2011 20:20 by sunnyy

                ประเทศบราซิล

                                                

บราซิล หรือชื่อทางการ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดแลมีประชากรมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก มีพื้นที่กว้างขวางระหว่างตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้และมหาสมุทรแอตแลนติก มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศอุรุกวัย อาร์เจนตินา ปารากวัยโบลิเวีย เปรู โคลอมเบีย เวเนซุเอลา กายอานา ซูรินาเมและดินแดนเฟรนช์เกียนา — ทุกประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ยกเว้นเอกวาดอร์และชิลี

ชื่อ "บราซิล" มาจากต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า บราซิลวูด (Pau-Brasil ในภาษาโปรตุเกส) ซึ่งนำไปใช้ย้อมผ้าด้วยสีแดงจากเปลือกไม้ของมัน บราซิลเป็นดินแดนแห่งเกษตรกรรมและป่าเขตร้อน การที่บราซิลมีทรัพยากรธรรมชาติที่มากมายและมีแรงงานเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สูงที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ (สูงเป็นอันดับที่ 10 ของโลก) และเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคในปัจจุบัน บราซิลใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาทางการ

ประวัติศาสตร์

เดิมทีทวีปอเมริกาใต้ ชนเผ่าพื้นเมืองคือพวกอินเดียแดงเผ่าต่างๆ ต่อมาชาวยุโรปได้เข้ามายึดครองบริเวณนี้ โดยชาวโปรตุเกสได้ยึดครองบริเวณประเทศบราซิล ส่วนบริเวณประเทศอื่นๆในทวีปนี้ถูกยึดครองโดยชาวสเปน เหตุเพราะในต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ชาวยุโรปได้เข้ามาในทวีปนี้ด้วยเข้าใจว่าทวีปนี้มีแร่ต่างๆเช่น น้ำมัน ทองคำ เงินและอื่นๆ แล้วชาวยุโรปได้ใช้กำลังกองทัพเข้าควบคุมบังคับชาวพื้นเมืองให้ทำงานในไร่นาและในเหมืองของตน ต่อมาหญิงชาวพื้นเมืองจำนวนมากได้แต่งงานกับชาวยุโรปทำให้มีลูกเลือดผสม จำนวนมาก ซึ่งเรียกว่า เมสติโซ ปัจจุบันมีสายเลือดผสมนี้เป็นชนส่วนใหญ่ในทวีป และได้รับภาษา วัฒนธรรมจากทวีปยุโรป รวมทั้งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกด้วย ในพ.ศ. 2367 ได้ต่อต้านอำนาจสำเร็จ ปกครองแบบสาธารณรัฐ

การแบ่งเขตการปกครอง

ประเทศบราซิลแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 27 รัฐ (states - estados) และ เฟเดอรัลดิสตริกต์ (federal district - distrito federal) (เป็นที่ตั้งของกรุงบราซิเลียเมืองหลวง) ได้แก่

  1. รอไรมา
  2. อามาปา
  3. อามาโซนัส
  4. ปารา
  5. โตกันตินส์
  6. อาเกร
  7. รอนโดเนีย
  8. มารันเยา
  9. ปีเอาอี

10. เซอารา

11. รีโอกรันดีโดนอร์เต

12. ปาราอีบา

13. เปร์นัมบูกู

14. อาลาโกอัส

15. เซร์ชิเป

16. บาเยีย

17. มาตูโกรสซู

18. โกยาส

19. เฟเดอรัลดิสตริกต์(บราซิเลีย)

20. มาตูโกรสซูโดซูล

21. มีนัสเชไรส์

22. เอสปีรีตูซันตู

23. รีโอเดจาเนโร

24. เซาเปาโล

25. ปารานา

26. ซันตากาตารีนา

27. รีโอกรันดีโดซูล

รัฐต่าง ๆ และเฟเดอรัลดิสตริกต์ของบราซิลนั้น ถูกแบ่งออกเป็น 5 ภูมิภาค โดยสถาบันภูมิศาสตร์และสถิติบราซิล (IBGE) คือ

คำถามท้ายบท

posted on 18 Aug 2011 20:27 by sunnyy

 
 
                                        คำถามท้ายบท
 
 
 
 
1. มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร ??

มัลติมีเดีย  คือ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก (Graphic)  ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น และถ้าผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมสื่อให้นำเสนอออกมาตามต้องการได้จะเรียกว่า  มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia)   การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สามารถจะกระทำได้โดยผ่านทางคีย์บอร์ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) หรือตัวชี้ (Pointer) การใช้มัลติมีเดียในลักษณะปฏิสัมพันธ์ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้หรือทำกิจกรรม รวมถึงดูสื่อต่าง ๆ ด้วยตนเอง  สื่อต่าง ๆ ที่นำมารวมไว้ในมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดิทัศน์ จะช่วยให้เกิดความหลากหลาย ชาน่าสนใจ และเร้าความสนใจ เพิ่มความสนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

 2. การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร ??

1.)การนำเสนอผ่านเว็บไซต์สามารถส่งถึงผู้รับได้เร็วกว่าแบบสื่อพิมพ์
2.)สามารถนำสื่อที่อยู่ในรูปของเว็บไซต์ ไปเสนอที่ใดก็ได้ อย่างสะดวก และรวดเร็ว
3.)มีความคงทนไม่สูญหาย สลาย

4.)สามารถทำธุรกิจออนไลค์ต่างๆได้

 
 3. Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง ??

  PowerPoint เป็นโปรแกรมในการนำเสนอข้อมูลในลักษณะต่างๆ ที่สามารถนำเสนอใน
รูปแบบของตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่ยนไหว แผนภูมิ กราฟ และเสียงต่าง ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน
เพื่อประโยชน์ในการนำเสนองานได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น
 
 4. การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร ??

การเชื่อมโยงภายในคือ เชื่อมโยงภายในตัวเอกสาร อาจจะเปลื่ยนไปยังต่างสไลด์นำเสนอแต่
การเชื่อมโยงภายนอกคือ เชื่อมโยงออกจากตัวเอกสาร ไปยังสื่ออื่น ๆ เช่น เว็บไซต์ เป็นต้น
 
5. นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง ??

จอโทรทัศน์ การฉายผ่านโปรเจคเตอร์ ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแทปเล็ต สมาทร์โฟน เป็นต้น

6. นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด ??

เว็บไซต์ เพราะสามารถนำเสนอได้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งยังสามารถนำไปเผยแรพ่ให้กับผู้ที่สนใจในผลงานที่เราสนใจอีกด้วย
 
7. การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร ??

1. กดคลิกที่แทบเมนูเลือก File > New
2. คลิกที่ On my computer (บนคอมพิวเตอร์ของฉัน)
3. คลิกแทบ Presentations
4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ 
5. คลิกปุ่ม ok  
6. ใส่งานที่ต้องการนำเสนอ เช่นข้อมูลตัวอักษร ข้อมูลรูปภาพ วีดีโอต่าง ๆ เป็นต้น
 
8. การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหว Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด ??

1. กดคลิกแทบเมนูเลือก Slide Show > Custom Animation
2. จะปรากฏ Task Pane – Custom Animation ขึ้นมาด้านขวาของ PowerPoint
3. คลิกเลือกส่วนที่จะกำหนด Animation เช่น กล่องข้อความ หรือ รูปภาพ 
4. คลิก Add Effect
5. เมื่อเลือก Effect ที่ต้องการแล้ว สามารถกำหนดรูปแบบการแสดงได้
 
9. ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่าง
น้อย 3 โปรแกรม ??

1. Microsolf Word 
2. Microsoft PowerPoint
3. Notepad
 

 10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร ??

สามารถนำเสนองานในรูปแบบอื่นได้ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่ยนไหว เสียง หรือ เชื่อมโยงไปยังสื่ออื่น ๆ ได้

 
 11. เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่ อย่างไร ??

ไม่จำเป็น เพราะ Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอผ่านทางจอภาพหรือslild show ต่าง ๆ ได้
 
12.Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร ??
สามารถแทรกได้ โดยมีขั้นตอนคือ
1.กดคลิกที่แทบเมนูเลือก Insert 
- หากต้องการแทรกรูปภาพ ต้องเลือก รูปภาพจากแฟ้ม
- หากต้องการแทรกภาพยนตร์หรือเสียง ต้องกดเลือก ภาพยนตร์และเสียง
จากนั้นเลือกไฟล์ที่ต้องกดจึงกด Insert
 
13. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร ??

บางข้อมูลอาจไม่เหมาะกับการนำเสนอด้วยตัวอักษรเช่น จำนวนประชากร จึงทำให้การนำเสนอแบบแผนถูมิ ดีกว่าการนำเสนอแบบตัวอักษร  และยังช่วยในการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ
 
14. การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ใดบ้าง ??
 
ซอฟต์แวร์ ก็คือการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint
ฮาร์ดแวร์ ก็จะเป็นตัวช่วยในการนำเสนอข้อมูลใหม่ๆ จำพวก ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวหรือเสียง
ผ่านอุปกรณ์ เช่น ลำโพง โปรเจคเตอร์/จอฉาย
 
15. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง ??

แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ โทรศัพท์สมาร์ทโฟนและแทปเล็ตที่นิยมมากในปัจจุบัน

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

posted on 10 Jul 2011 11:42 by sunnyy

 

ปัญญาประดิษฐ์

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ (AI) หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยังรวมถึงศาสตร์ในด้านอื่นๆอย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา ซึ่งสาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการคิด การกระทำ การให้เหตุผล การปรับตัว หรือการอนุมาน และการทำงานของสมอง แม้ว่าดังเดิมนั้นเป็นสาขาหลักในวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่แนวคิดหลายๆ อย่างในศาสตร์นี้ได้มาจากการปรับปรุงเพิ่มเติมจากศาสตร์อื่นๆ เช่น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันวงการปัญญาประดิษฐ์ มีการพัฒนาส่วนใหญ่โดยนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ อีกทั้งวิชาปัญญาประดิษฐ์ ก็ต้องเรียนที่ภาควิชาคอมพิวเตอร์ของคณะวิทยาศาสตร์หรือคณะวิศวกรรมศาสตร์ เราจึงถือเอาง่าย ๆ ว่า ศาสตร์นี้เป็นสาขาของวิทยาการคอมพิวเตอร์นั่นเอง


นิยามของปัญญาประดิษฐ์

หุ่นยนต์ของฮอนด้า ที่รู้จักดีในด้านปัญญาประดิษฐ์

มีคำนิยามของปัญญาประดิษฐ์มากมายหลากหลาย ซึ่งสามารถจัดแบ่งออกเป็น 4 ประเภทโดยมองใน 2 มิติ ได้แก่

  • ระหว่าง นิยามที่เน้นระบบที่เลียนแบบมนุษย์ กับ นิยามที่เน้นระบบที่ระบบที่มีเหตุผล (แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนมนุษย์)
  • ระหว่าง นิยามที่เน้นความคิดเป็นหลัก กับ นิยามที่เน้นการกระทำเป็นหลัก

ปัจจุบันงานวิจัยหลักๆ ของ AI จะมีแนวคิดในรูปที่เน้นเหตุผลเป็นหลัก เนื่องจากการนำ AI ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องอาศัยอารมณ์หรือความรู้สึกของมนุษย์ อย่างไรก็ตามนิยามทั้ง 4 ไม่ได้ต่างกันโดยสมบูรณ์ นิยามทั้ง 4 ต่างก็มีส่วนร่วมที่คาบเกี่ยวกันอยู่

นิยามดังกล่าวคือ

  1. ระบบที่คิดเหมือนมนุษย์ (Systems that think like humans)
    1. [AI คือ] ความพยายามใหม่อันน่าตื่นเต้นที่จะทำให้คอมพิวเตอร์คิดได้ ... เครื่องจักรที่มีสติปัญญาอย่างครบถ้วนและแท้จริง ("The exciting new effort to make computers think ... machines with minds, in the full and literal sense." [Haugeland, 1985])
    2. [AI คือ กลไกของ]กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความคิดมนุษย์ เช่น การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้ ("[The automation of] activities that we associate with human thinking, activities such as decision-making, problem solving, learning." [Bellman, 1978])
    • หมายเหตุ ก่อนที่จะทำให้เครื่องคิดอย่างมนุษย์ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์มีกระบวนการคิดอย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ลักษณะการคิดของมนุษย์ เป็นศาสตร์ด้าน cognitive science เช่น ศึกษาการเรียงตัวของเซลล์สมองในสามมิติ ศึกษาการถ่ายเทประจุไฟฟ้า และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟ้าในร่างกาย ระหว่างการคิด ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2548) เราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่า มนุษย์เรา คิดได้อย่างไร
  2. ระบบที่กระทำเหมือนมนุษย์ (Systems that act like humans)
    1. [AI คือ] วิชาของการสร้างเครื่องจักรที่ทำงานในสิ่งซึ่งอาศัยปัญญาเมื่อกระทำโดยมนุษย์ ("The art of creating machines that perform functions that requires intelligence when performed by people." [Kurzweil, 1990])
    2. [AI คือ] การศึกษาวิธีทำให้คอมพิวเตอร์กระทำในสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่าในขณะนั้น ("The study of how to make computers do things at which, at the moment, people are better." [Rich and Knight, 1991])
    • หมายเหตุ การกระทำเหมือนมนุษย์ เช่น
      • สื่อสารได้ด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวอย่างคือ การแปลงข้อความเป็นคำพูด และ การแปลงคำพูดเป็นข้อความ
      • มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ เช่น คอมพิวเตอร์รับภาพได้โดยอุปกรณ์รับสัมผัส แล้วนำภาพไปประมวลผล
      • เคลื่อนไหวได้คล้ายมนุษย์ เช่น หุ่นยนต์ช่วยงานต่าง ๆ อย่างการ ดูดฝุ่น เคลื่อนย้ายสิ่งของ
      • เรียนรู้ได้ โดยสามาถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใด ๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้
  3. ระบบที่คิดอย่างมีเหตุผล (Systems that think rationally)
    1. [AI คือ] การศึกษาความสามารถในด้านสติปัญญาโดยการใช้โมเดลการคำนวณ ("The study of mental faculties through the use of computational model." [Charniak and McDermott, 1985])
    2. [AI คือ] การศึกษาวิธีการคำนวณที่สามารถรับรู้ ใช้เหตุผล และกระทำ ("The study of the computations that make it possible to perceive, reason, and act" [Winston, 1992])
    • หมายเหตุ คิดอย่างมีเหตุผล หรือคิดถูกต้อง เช่น ใช้หลักตรรกศาสตร์ในการคิดหาคำตอบอย่างมีเหตุผล เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ
  4. ระบบที่กระทำอย่างมีเหตุผล (Systems that act rationally)
    1. ปัญญาประดิษฐ์คือการศึกษาเพื่อออกแบบเอเจนต์ที่มีปัญญา ("Computational Intelligence is the study of the design of intelligent agents" [Poole et al., 1998])
    2. AI เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่แสดงปัญญาในสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ("AI ... is concerned with intelligent behavior in artifacts" [Nilsson, 1998])
    • หมายเหตุ กระทำอย่างมีเหตุผล เช่น เอเจนต์ (โปรแกรมที่มีความสามารถในการกระทำ หรือเป็นตัวแทนในระบบอัตโนมัติต่าง ๆ) สามารถกระทำอย่างมีเหตุผลเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เช่น เอเจนต์ในระบบขับรถอัตโนมัติ ที่มีเป้าหมายว่าต้องไปถึงเป้าหมายในระยะทางที่สั้นที่สุด ต้องเลือกเส้นทางที่ไปยังเป้าหมายที่สั้นที่สุดที่เป็นไปได้ จึงจะเรียกได้ว่า เอเจนต์กระทำอย่างมีเหตุผล อีกตัวอย่างเช่น เอเจนต์ในเกมหมากรุก ที่มีเป้าหมายว่าต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ ก็ต้องเลือกเดินหมากที่จะทำให้คู่ต่อสู้แพ้ให้ได้ เป็นต้น